Homework

HW14 - ความรู้สึกและท่าทีต่อคุณครูของผม

 

..................................................................................................

แสงจันทร์อ่อนๆที่ส่องแสงผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนของผมที่ปิดไฟมืดสนิท
สะท้อนกับแถบวัดอุณภูมิอารมณ์ ที่ผมได้มาจากการไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
กับครอบครัวเมื่อวันอาทิตย์ก่อน ผมยังสงสัยกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับเจ้าแถบวัดอุณหภูมิ
อารมณ์นี้ว่ามันจะวัดได้จริงหรือ...

ผมหยิบคำอธิบายในกระดาษใบเล็กๆ ที่แนบมาให้ในกล่องอุปกรณ์ขึ้นมาอ่านดู โดยใช้แสง
จันทร์ที่ส่องเข้ามาแทนโคมไฟที่ผมเพิ่งปิดไป เพื่อช่วยชาติลดโลกร้อน

.....................................................................................................

หลักการ ...
แถบวัดอุณหภูมิอารมณ์ ผลิตจากสารเคมีชนิดพิเศษที่ไวต่ออุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนแปลง
ขึ้นลงตามสภาวะอารมณ์ของผู้เล่น ซึ่งแถบวัดจะแบ่งออกเป็น สามสีหลัก คือ เขียว,เหลืองและแดง
ซึ่งแต่ละสีก็สื่อถึงลักษณะอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป

สีเขียว - แสดงถึงสภาวะอารมณ์ที่เย็นอารมณ์ดี และชื่นชม ชื่นชอบ หลงไหล ในสิ่งที่ได้สัมผัส
รวมถึงปฏิกิริยาจากการนึกคิดถึง สิ่งใดสิ่งหนึ่งในขณะนั้น

สีเหลือง - แสดงถึงสภาวะอารมณ์ที่ค่อนข้างเป็นกลาง กับสิ่งที่ได้สัมผัส นึกถึงนึกคิดถึงสิ่งใด
สิ่งหนึ่งในขณะนั้น

สีแดง - แสดงถึงสภาวะอารมณ์ร้อน โกรธและไม่พอใจจากสิ่งที่ได้สัมผัส หรือ สิ่งที่นึกถึงนึกคิดในขณะนั้น

วิธีใช้...
1. ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 หรือความรู้สึกนึกคิด เพื่อสื่อถึงสิ่งที่ต้องการทราบสภาวะอารมณ์
ในขณะนั้น ตามแต่ใจที่ท่านจะปรารถนา โดยใช้เวลาอยู่กับมัน ประมาณ 1 นาที หรือมากกว่า
2. หยิบแถบวัดอุณหภูมิอารมณ์มากำไว้ในมือประมาณ 30 วินาที ก่อนที่จะสังเกตผล

..........................................................................................................

ผมนั่งอ่านและทำความเข้าใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มทดสอบ
ผมมองไปที่พระจันทร์ดวงกลมโต ที่วันนี้สุกใสเปล่งแสงสว่างน่าดูน่าชมที่สุด จนดาวดวงน้อยๆ
สู้แสงไม่ไหวเลือนลับหายไปกับขอบฟ้า ผมนั่งมองไปเรื่อยจินตนาการไปต่างๆนานา
ว่าบนดวงจันทร์จะมีอะไรอยู่บนนั้น มารู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปแล้ว เกือบ 10 นาที ผมหยิบ
แถบวัดอุณหภูมิอารมณ์ขึ้นมากำไว้ในมือ ก่อนที่จะจับเวลา... 30 วินาที ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผมแบมือเพื่อตรวจสอบผล ขีดอุณหภูมิอารมณ์ตอนนี้ผมอยู่ที่สีเขียวครับ...

เริ่มสนุกแล้ว ผมคิดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี่จนมาถึงเรื่องของคุณครูโรงเรียนลูกบาศก์
นั่นสินะ เราอยู่กับคุณครูมาก็นานพอสมควร แล้วคุณครูแต่ละคนก็มมีบุคคลิกที่แตกต่างกัน
เสียด้วยสิ ไทยพยายามนึกถึงเรื่องราวและหน้าตาของคุณครูขึ้นมาทีละคน พร้อมทั้งกำ
แถบวัดอุณหภูมิอารมณ์ไว้ที่มือ...

1. ครูเคน -แนะแนว
ครูเคนดูเป็นคนที่ดูเงียบๆและจริงจัง ดูได้จากสายตาที่มีความุมุ่งมั่นที่ครูมองนักเรียน
แต่ก็ดูสบายๆอยู่ในที ยิ่งคาบแรกแล้วโดนใจผมมาก เพราะว่าครูให้นักเรียนวาดรูป
ผมก็เลยรู้สึกดีเป็นพิเศษอยากรู้เหมือนกันว่าครูจะตีความหมายของรูปภาพที่ผมวาดว่าอย่างไร
คาบเรียนต่อๆไปครูเคนคงหาเกมจิตวิทยาสนุกๆมาสอนพวกเราอีกแน่ๆ


2. ครูมิว -ดนตรี
ถึงผมจะไม่มีความสามารถทางด้านดนตรี แต่การที่ได้เห็นคุณครูที่รักดนตรีคนหนึ่ง
และมีโลกส่วนหนึ่งเป็นดนตรี ก็รู้สึกดีแล้ว ครูมิวคงทำให้โรงเรียนของเรา มีความเป็น
สุนทรียภาพมากขึ้น ครูมิวดูเป็นคนสบายๆ ใจกว้างและเปิดรับนักเรียนที่สนใจทุกคน
ไม่ว่าจะเล่นเป็นหรือไม่เป็น...
สำหรับผมเองผมก็อยากเล่นดนตรีให้เป็นบ้างซักชิ้น แต่ไม่รู้จะไปรอดรึเปล่า...
งานนี้ถ้ามีสอนนอกเวลา ไทยคงต้องไปขอแจมบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ก็ร้องเพลงกับเพื่อนๆ
แบบเอามัน ตอนทำเวรวันศุกร์ไปก่อนแล้วกัน

3. ครูสายฟ้า - ฟิสิกส์
สำหรับวิชานี้ผมเองก็ไม่ชอบอยู่เป็นทุนอยู่แล้ว เลยไม่ชอบลามไปถึงครูผู้สอนด้วย
ทั้งๆที่ยังไม่ได้เห็นหน้าครูผู้สอน จนเห็นภาพที่ครูวิ่งเข้ามาแบบกุลีกุจอแบบนั้น
มันยิ่งทำให้ผมไม่ประทับใจซักเท่าไหร่ สงสัยจะมาสาย... ด้วยความอคติที่มีทำให้
ผมเลยไม่ค่อยได้ฟังที่ครูสายฟ้าพูดซักเท่าไหร่
แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าครูสายฟ้าจะมีวิธีการสอนฟิสิกส์ที่ต่างจากคนอื่นรึเปล่า
ถ้าทำให้ผมชอบฟิสิกส์ได้ค่อยว่ากัน

4. ครูกฤต - คหกรรม
พี่สาวคนสวยที่มาพร้อมรอยยิ้มที่น่าหลงไหล ครูกฤตใช้คำนำหน้าตัวเองว่า "พี่" ไม่ใช่ "ครู"
ทำให้ผมเองรู้สึกถึงความเป็นกันเองของพี่กฤตในทันที ครูกฤตดูเป็นครูที่ใจดี ผมเริ่มอยาก
ชิมอาหารฝีมือครูกฤตแล้วสิ ยิ่งได้รู้ว่าครูกฤตจบสาขาการท่องเที่ยวมาด้วยแล้ว ผมจึง
ประทับใจมากขึ้น เพราะว่าผมก็ชอบท่องเที่ยว งานนี้ถ้ามีค่ายคราวหน้า ผมได้ชวนครูกฤต
ไปด้วยแน่ๆ... ดูครูกฤตน่าจะมีประสบการณ์ท่องเที่ยวมากพอสมควรที่จะเล่าให้พวกเราฟัง
ในขณะที่สอน ถึงแม้ผมจะไม่ได้เลือกเรียนกับครูกฤต แต่คงมีซักวันที่ผมมาเรียนกับครูกฤต
นอกรอบเป็นแน่... อิอิ  

5. ครูรันตร์ - ห้องสมุด
ห้องสมุด หรือวิชาหลับ อิอิ ภาพจำที่เห็นครั้งแรกที่เห็นครูรันตร์ คือครูหัวฟูกับแว่นตาสี่เหลี่ยม
สีดำที่โดดเด่นมาแต่ไกล ผมเห็นครูยิ้มแล้วดูมีความสุขดี ในคาบแรกเห็นครูสนใจแต่คนที่
ใส่แว่นเป็นพิเศษ ผมไม่ได้ใส่แว่นเลยรอดตัวไป
ได้ข่าวมาว่า ครูไม่ชอบหน้าฝน ซึ่งไม่ใช่ผมแน่นอน เพราะว่าผมชอบฝน
ฝนมันมีเสน่ห์มากกว่าที่คิดนะครับครู แต่ถึงกระนั้นครูก็ดูเป็นมิตร มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะ
ครับครู แบกหนังสืออีกเท่าไหร่ก็ไม่หวั่นครับ

6. ครูปราบ - ภาษาญี่ปุ่น
คุณครูที่มาพร้อมกับความงง ว่าครูคือผู้หญิงหรือว่าผู้ชายกันแน่ แต่เมื่อได้พินิจพิเคราะห์ครูน่า
จะเป็นผู้ชายนะ ในคาบแรกครูเข้ามาสอนแล้วก็พูดภาษาญี่ปุ่นอยู่หลายคำ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ฟังครูไม่ออก รู้สึกว่าจะเหมือนเป็นลาโง่ที่ไม่เข้าใจในความหมายของคำนั้นๆ
ได้แต่ทำหน้าเหรอหลา ต่างกับคนที่เข้าใจและมีปฏิกิริยาตอบสนองกับครูอย่างเห็นได้ชัด...
ตอนนี้ผมเริ่มชักลังเลแล้วว่าผมยังจะอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างที่เคยตั้งใจไว้รึเปล่า
เพราะว่าผมเริ่มหงุดหงิดแล้วสิ แต่คงเป็นคาบแรก คาบต่อๆไปน่าจะสนุกนะผมคิดในตอนนั้น

ว่าแต่ผมยังสงสัยอยู่ว่าในเมื่อครูเป็นผู้ชาย ทำไมชื่อถึงขึ้นต้นด้วยนางสาว หรือว่าพิมพ์ผิด

7. หมอโชค - สุขศึกษา
ถึงผมเคยไปใช้บริการที่ห้องพยาบาลบ่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกับหมออย่างเป็นทางการซักที
หมอดูเป็นคนที่นิ่ง ด้วยสายตาที่หมอมองดูน่ากลัวดีแท้ แต่ก็คงเป็นลักษณะของหมอส่วนใหญ่
ละมั้งไว้ผมคงหาเข้าไปคุยกับหมอในเรื่องความรู้ทางการแพทย์ซะหน่อย จะได้เอาไปปรับ
ใช้กับการออกกำลังกายฟิตเนสที่บ้าน เผื่อจะได้รู้จักหมอมากขึ้นกว่าเดิม



8. ครูซัน - คณิตศาสตร์
คุณครูที่ทำให้ผมสงบนิ่งได้อีกคนเพราะว่า ครูดูจริงจังและไม่นอกเรื่องเลยเวลาที่ครูสอน
ผมเองก็เลยเกร็งเป็นการใหญ่ ยิ่งครูขู่ว่าข้อสอบวิชานี้จะเป็นอัตนัยอีกพระเจ้าช่วย
กล้วยหอมทอด ผมยิ่งไม่ถูกโรคกับข้อสอบคำนวณแบบอัตนัยอยู่ด้วย ตายแน่ๆๆงานนี้
ครูซันเป็นผู้ชายที่ติดกิ๊บเต็มหัวแถมที่คาดผมอีกต่างหาก ครูรำคาญมันขนาดนี้ทำไม
ไม่ตัดผมสั้นไปเลยล่ะครับ ผมสงสัยในวินาทีนั้นแต่ไม่กล้าถาม ครูนี่เก็กใช้ได้เลยทีเดียว

9. ครูไม - ศิลปะ
วิชาศิลปะเป็นอีกวิชาที่ผมตั้งตารอคอยว่าครูผู้สอนจะเป็นใคร จะเป็นครูผู้ชายหนวดเฟิ้ม
เหมือนตอนที่เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนเก่ารึเปล่านะ แต่เมื่อผมได้เห็นครูไมในคาบแรกวันนั้น
แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของสิ่งที่ผมคิดไว้เลยแม้แต่น้อย ครูไมดูเป็นครูที่มีอารมณ์ศิลป์
เต็มเปี่ยมเห็นได้จากทรงผมที่มวยและมีพู่กันหรือปิ่นอะไรนั่นปักอยู่ เซอร์สวยๆได้ใจมากเลย
ครับครู สายตาที่กำลังจะบอกว่า ศิลปะมันไม่มีขีดจำกัดเพียงแต่เปิดใจ มันทำให้ให้ผมเคลิ้ม
จนวาดวงกลมเบี้ยวแล้วเบี้ยวอีก... งานนี้สงสัยโดนมนต์สะกดจากครูไมเป็นแน่ แหะๆๆ
อยากวาดรูปอีก อยากวาดรูปอีก... อิอิ

10. ครูกวี - ภาษาอังกฤษ
ครูกวี คุณครูที่ดูมาดขรึมตั้งแต่ต้นคาบ พร้อมกับการแต่งตัวที่เนี้ยบตลอดตัว เสริมให้ครูยิ่ง
ขรึมมากกว่าเดิมอีก แต่เมื่อได้ฟังครูสอนครูเป็นคนที่น่ารักพอสมควร กับอาการหน้าแดง
เมื่อเจอแพตหรือว่าเทียนถามคำถามหรือว่าอ่านชีทน่าสงสัยแผ่นนั้น ทำให้หลายๆคนอมยิ้มได้
รวมทั้งผมด้วย เรียนกับครูกวีน่าจะสนุกพอสมควร เพราะว่าผมก็อยากฝึกภาษาอังกฤษให้มาก
กว่านี้เหมือนกัน ตอนที่ครูเดินชนกำแพงดังโครม สงสารครูจริงๆชีทกระจาย...
หมดกันครูมาดขรึม อิอิ


 
11. ครูเอซ -  เทคโนโลยีกับชีวิต
ครูผมยุ่งดูเซอร์ๆอีกคน ที่เหมือนเพิ่งลุกมาจากหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะว่าตาดูล้าๆพิกล
ครูเอซดูฮาปนสาระได้ดีทีเดียว กับเรื่องเทคโนโลยีผมสนใจอยู่เหมือนกัน เพราะว่าสมัย
นี้การที่เราทำความเข้าใจเทคโนโลยีให้มากที่สุดเราก็จะได้เปรียบมัน ครูเอซคงช่วยผมได้
มากทีเดียว และก็คงมีเรื่องราวฮาๆ สนุกๆๆมาให้พวกเราอมยิ้มกันอีกแน่ๆ เป็นครูอีกคน
ที่ไม่น่ามีพิษภัยอะไรกับผม วิชานี้คงเป็นวิชาที่ผมจะเรียนได้โดยไม่เครียดอีกวิชาหนึ่งเลยทีเดียว

12. ครูปราชญ์ - ภาษาไทย
ภาษาไทยวิชาที่ผมชอบอีกวิชาหนึ่ง เลยทำให้ผมรู้สึกดีกับครูผู้สอนไปด้วย ยิ่งได้ครูที่เป็นกันเอง
และไม่ซีเรียสตลอดจนกดดันนักเรียน อย่างครูปราชญ์น่าจะทำให้การเรียนภาษาไทยของผม
มีความสุขมากขึ้นไปอีก ผมชอบที่ครูปราชญ์บอกว่ากินขนมในห้องได้แต่แอบๆหน่อยแล้วกัน
ทำงานอื่นในห้องได้แต่ต้องมีเหตุผล ดูครูจะฝึกให้เด็กคิดว่าสิ่งใดที่ควรปฏิบัติซึ่งอยู่บนพื้นฐาน
ของการมีเหตุผล ความเหมาะสม ซึ่งน่าจะได้ผล เพราะว่าผมก็คงไม่เอาวิชาอื่นมาทำในวิชาครู
ปราชญ์แน่ถ้าผมไม่มีเหตุผลเพียงพอ

13. ครูเล - สังคม
เป็นครูที่มีเรื่องราวหรือประสบการณ์มากมายอีกคน ขำมากที่ครูใส่ชุดนักเรียนมาสอน ก๊งจริง
นะครับครูเล เป็นครูที่อารมณ์ดีใช่เล่นแถมมีสาระปนอยู่ด้วยมากเช่นกัน อย่างเรื่องกล่องลูกบาศก์
ที่ครูเอามาให้นักเรียนทายว่าสิ่งที่อยู่ข้างในมันคืออะไร ผมคิดไว้นะครับว่ามันต้องไม่มีอะไรแน่ๆ
ดูครูยกกล่องซะเบาขนาดนั้น แต่ก็ชอบตอนที่ครูสรุปอยู่ดี มันเท่ห์มาก... อยากรู้จริงๆว่าในกล่อง
จะมีอะไรอยู่ในนั้น หรือจะเป็นอย่างที่ผมคิด

 

14. ครูเอม - ภาษาสเปน
ประทับใจกับภาพครูเอมที่มาเต้นระบำสเปนกับกระโปรงสีแดงสดในคาบแรกวันนั้น มันทำให้
วิชานี้กลายเป็นวิชาที่ผมสนใจมากอีกวิชาหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งๆที่ผมไม่รู้จักภาษาสเปนแม้แต่
คำเดียวก็ตาม ครูเอมมีอัธยาศัยดีเป็นกันเองกับนักเรียนมาก ความโก๊ะเล็กที่ทำให้ครูเอมดู
น่ารักมากขึ้น มันทำให้วิชานี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ผมชักสนใจกิจกรรมที่เกี่ยวกับความเป็นสเปน
แล้วสิ ครูเอมคงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจให้พวกเราให้มีความรู้ในแบบฉบับ
ที่ไม่เหมือนใครเป็นแน่แท้ แต่ว่า ภาษาสเปนนี่ยากจริงๆนะ ลิ้นผมมันพันกันไปหมดแล้วครับครู

คราวหน้าเตรียมแผนมารับมือกับเย้เยด้วยนะครับครู อิอิ

15. ครูพัด - ชีววิทยา
คุณครูตุ้ยนุ้ย กับท่าช๊อคพิฆาต ที่ทำเอาผมช๊อคไปเลยเมื่อคราวนั้น ครูพัดเป็นครูคนแรกที่จู่โจม
นักเรียนได้แบบทันควันทันท่วงทีขนาดนั้น ไม่รอให้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว วิชานี้คงได้มีการ
ผ่าแยกขุดคุ้ยเรื่องราวต่างในชีวิตมากมายเลยทีเดียว ขออย่างเดียวนะครับครู อย่าผ่าหนูเลยนะครับ
ผมวิ่งหนีคนแรกเลยล่ะครับ คิดแล้วสยอง
"น้องหนอน" ของครูพัด น่ารักน่ากินมากเลยนะครับ เฮ้ย ไม่ใช่ ครูตัดต่อพันธุกรรมหนอนให้ผม
ซักตัวสิครับ เอาแบบว่า 7 สีอะไรประมาณนั้น อิอิ

 

16. ครูอุนอุน - เคมี
ก๊ากก ครูจูอุน(จูออน)... เล่นเอาผมตกใจใช่เล่นเลยทีเดียว นึกว่าผมก็มีสัมผัสที่หกกับเค้าเหมือนกันหรือนี่
ครูมาแนวลึกลับป่าดงดิบมาก ห้องนี่เย็นยะเยือกกันเลยทีเดียว ผมก็ได้นั่งนั่งตัวเกร็งไม่กล้าคิด
อะไรมากเพราะว่ากลัวครูมาโผล่ด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว...แล้วถามว่า คิดอะไรอยู่จ๊ะไทย เหอะๆๆๆ
แหะๆ ไม่เอาดีกว่า แต่เวลาที่ครูสอนครูจะอลังการงานสร้างไปถึงไหน พระเจ้า ผมตามไม่ทันครับ
ครู ช้าๆก็ได้ครับไปเร็วอย่างจรวดอย่างนั้น ผมก็ตายยยยย อ่ะดิ หวังว่าคาบเรียนต่อไปครูคง
ไม่มาในแบบผีตานี ผีกระสือ หรือว่าผีแม่นาคนะครับ อิอิ

............................................................................................................................

เผลอแป๊บเดียว ก็ผ่านไปจนถึงครูคนสุดท้าย... ผลที่ออกมาจากการใช้แถบวัดอุณหภูมิ
อารมณ์ก็เป็นไปตามความรู้สึกที่มีต่อครูแต่ละคนในขณะนี้
บางคนผมอาจดูเฉยๆ เพราะว่ายังไม่ค่อยได้คุยกับครูมากนักเท่าไหร่
แต่เวลาก็คงจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าผมจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเรียนการสอนของครู
แต่ละท่านอย่างไร...
การเรียนการสอนในวันข้างหน้า จะมีผลกระทบต่อตัวผมเองมากน้อยเพียงไหน

ผมจะตั้งใจเรียนครับครู...

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรม "โรงเรียนลูกบาศก์ Cubic School"

[CS-HW13] อยากให้ชีวิตนี้ไม่มีโชคร้าย...

===================================

หกโมงเช้าแล้ว แต่ทำไมวันนี้พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น...
หรือว่านาฬิกาเราจะตาย ไม่สินะ เพิ่งเปลี่ยนถ่านไปเหมือนสองวันก่อน
ไทยเปิดผ้าม่านที่ห้องนอน มองผ่านกระจกใสที่ตอนนี้ละอองน้ำเกาะอยู่
เต็มไปหมด ...

ฝนตก!!!

ไทยชอบฝนนะ แต่มาตกตอนเช้า ตอนที่จะไปโรงเรียนแบบนี้มันก็ไม่น่า
ปรารถนาซักเท่าไหร่ เพราะการเดินลุยฝนทั้งที่เปียกๆแล้วไปนั่งเรียนหนังสือ
คงไม่ดีแน่ๆ ชื้นๆ แถมหวัดจะถามหาเสียอีก แต่ถ้าเป็นเจ้าหมีภูมิ คงยิ้มร่าทั้งวัน
เพราะว่าไม่ต้องเติมน้ำใส่ขวดแล้วเอามาราดตัวให้เสียเวลา

ไทยทำธุระส่วนตัวก่อนที่จะเปิดตู้เสื้อผ้า เพื่อหยิบชุดนักเรียนมาใส่
เวรแล้วมั้ยล่ะ ให้ตายเถอะ ชุดนักเรียนไม่เหลือซักชุด
พี่ดอกรักขอกลับบ้านนอกไปทำนานี่หว่า
กรรมจริงๆลืมไปเลยว่าไม่มีคนซักชุดนักเรียนให้ ทำยังไงดีล่ะนั่น
ไทยคิดอยู่นานก่อนที่จะเดินไปที่ตระกร้าใส่เสื้อผ้า ไทยหยิบชุดเดิม
ที่ใส่ไปแล้วเมื่อวานขึ้นมาสะบัดๆ

ไทยมองชุดยับๆที่หยิบขึ้นมาเมื่อครู่ แล้วก็เดินไปที่ห้องรีดผ้า
หยิบเตารีดไอน้ำมารีดชุดนักเรียนอย่างทุลักทุเล แต่ก็พอที่จะรีดได้บ้าง
เพราะเคยเรียนวิชางานบ้านตอนประถม งานนี้ก็เลยสามารถเอาตัวรอดไปได้
เพราะว่าถ้าใส่เสื้อยับไปเพื่อนๆคงล้อกันทั้งวันแน่ คุณชายไทยใส่เสื้อไม่ซัก...
ไม่อยากนึกถึงเลยว่ามันจะเป็นยังไง
โดยเฉพาะเจ้าธีมันคงหัวเราะเพื่อนมันไม่หยุดแน่ๆ

ไทยแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยฉีดน้ำหอมดับกลิ่นซะหน่อย ก็เป็นอันเสร็จ
ไทยเดินลงมาชั้นล่าง มองไปที่โต๊ะอาหาร วันนี้ทำไมเงียบๆผิดปกติ
กรรม แม้แต่อาหารก็ไม่มีหรือนี่ ...
พระเจ้า... พี่ดอกรัก นะพี่ดอกรัก กลับมาไวไวได้มั้ย
แล้ววันนี้คุณพ่อไปไหน
พอดีที่พี่หลวง (คนขับรถให้คุณพ่อ และขับรถให้ไทยบ้างในบางโอกาส) เดินเข้ามาพอดี

พี่หลวง : อ่าวคุณไทยตื่นแล้วหรือครับ วันนี้คุณพ่อไม่อยู่บ้านนะครับรีบไปประชุม
             ผู้บริหารโรงแรมที่มาเก๊า ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว
ไทย : อ่าว เหรอครับ ทำไมคุณพ่อไม่บอกผมซักครับ แล้วคุณพ่อฝากอะไรไว้ให้ผมรึเปล่า
พี่หลวง : ป่าวครับ ผมเห็นท่านรีบๆ แล้วผมก็ไปส่งที่สนามบิน ไม่ได้พูดอะไรมากเลย
            บอกแค่ว่าอีก สามวันกว่าจะกลับ
ไทย : คุณพ่อเล่นตลกแล้วไง ไม่รู้เลยว่าลืมให้เงินค่าไปโรงเรียนลูกชาย แล้วงานนี้ไทยจะ
          เอาอะไรกินล่ะเนี้ยะ

ไทยหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิดดู ล้วงตามซอกหลืบต่างๆ เหลือเพียงแบงค์ร้อยใบเดียวที่
เหลืออยู่ในกระเป๋า 100 บาทกับสามวัน (ไทยนึกถึงรายการทีวีของญี่ปุ่นทันที การใช้ชีวิต
แบบประหยัดภายใน สามวัน)
ไทยหันไปหาพี่หลวงแล้วพูดกับพี่หลวง

ไทย : พี่หลวงครับไปกันเถอะวันนี้ผมไม่กินข้าวแล้ว เดี๋ยวไม่ทันโรงเรียนเข้า
พี่หลวง : คุณไทยครับ เออ คือว่า ....
ไทย : อะไรครับพี่ อือ อ่าอยู่ได้ ผมรีบนะครับ
พี่หลวง : น้ำมันหมดครับ คุณพ่อลืมให้เงินผมเติมน้ำมันด้วย
ไทย : เวรกรรม วันนี้มันอะไรแต่เช้า แล้วงานนี้ผมจะไปโรงเรียนยังไงล่ะทีนี้
        
ไทยยืนคิดอยู่นานก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกประตูไป

ไทย : พี่หลวงครับผมไปรถสองแถวก็ได้ครับ ไปล่ะครับ
พี่หลวง : เอาจริงหรือครับคุณไทย ไปเป็นหรือครับ ฝนตกแบบนี้
ไทย : โหย ไปเป็นสิครับมือชั้นนี้แล้้ว เรื่องฝนตกไม่ต้องห่วง ผมเอาร่มไปด้วย
พี่หลวง : ระวังตัวด้วยนะครับ คุณไทย มีอะไรโทรมานะครับ 
ไทย : ครับพี่ ไม่ต้องห่วง ผมโตแล้วนะ

ในขณะที่ไทยกำลังจะวิ่งออกจากประตูบ้านก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ
ดังขึ้น 

"จุ จุ่ จุ จุ่ ...."

ไทยมองขึ้นไปที่บนวงกบประตู ตาประสานเข้ากับจิ้งจกตัวเขื่อง ที่จองมาที่ไทยอย่างจัง
กรรมอีกแล้วมั้ยนั่น ไทยเอ๋ย... คุณยายเคยบอกว่า ถ้าจิ้งจกทักแสดงว่าจะเกิดเหตุร้าย
อย่าออกจากบ้าน... ไทยใจแป้ว หล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อคิดถึงคำที่คุณยายเคยสอนไว้
ก่อนที่จะตัดสินใจเดินผ่านประตูออกไป ไทยไม่ยอมขาดเรียนแน่ๆ ยิ่งวันนี้มีวิชาสเปนของ
ครูเอมเสียด้วยแล้ว ไม่อยากพลาด เพราะว่าถ้าพลาดไปวันนึงไทยตามเพื่อนๆไม่ทันแน่ยิ่ง
ฉลาดๆภาษาสเปนอยู่

ไทยวิ่งฝ่าสายฝนไปที่คิวรถสองแถวที่หน้าปากซอย
ยังโชคดีอยู่บ้างที่รถคันสุดท้ายยังไม่ออก

อ่าวๆ รีบๆวิ่งน้อง เร็วๆๆๆๆ รถจะออกแล้ว - กระเป๋ารถร้องเรียก

ไทยรีบวิ่งสุดชีวิตตอนนี้รองเท้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหมดแล้ว
มันเป็นลางบอกเหตุว่าวันนี้ไทยคงไม่มีความสุขกับไอ้รองเท้าเปียกๆนี้แน่ๆ

ไม่ทันที่ไทยจะก้าวอีกเท้าขึ้นรถก็เคลื่อนตัวออกจากคิวรถ
ด้วยความเร็ว ทุกคนในรถล้มไปข้างหน้า
กันหมดยังดีที่ไทยอยู่ท้ายสุด เลยไม่โดนใครทับ
วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ รถเลยแน่นกว่าทุกวัน
ไทยยืนโหนอยู่ด้านหลัง พยายามเอาหัวมุดเข้ามาในหลังคาเพื่อหลบฝน
เพราะด้วยที่ตัวเองเป็นคนตัวสูง ทำให้เวลายืนหัวมันก็ชนหลังคาพอดี...

วันนี้ฝนตกค่อนข้างหนัก สงสัยเป็นเพราะมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาจากจีนตอนใต้
ทำให้ไทยได้รับผลกระทบไปเต็มๆ รวมถึงนักเรียนอย่างพวกเราๆด้วย
ถ้าฝนตกถนนก็ต้องลื่นเป็นธรรมดายิ่งถ้าขับเร็วๆแล้วล่ะก็
มีสิทธิ์ได้ไปเล่นน้ำคูข้างถนนเป็นแน่

พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงกรี๊ดจากนักเรียนหญิงด้านหน้าดังสนั่นไปทั่วรถ
ไทยรับรู้ถึงแรงเหวี่ยงที่แรงมากๆ แรงจนทำให้ไทยกระเด็นออกจากตัวรถ
กลิ้งไปสามสี่ตลบ ไถลลงสู่เนินหญ้าข้างทางรถพลิกไถลลงคูน้ำข้างทางเช่นกัน
เพื่อนนักเรียนทั้งหญิงชายกระเด็นออกมาจากตัวรถ นอนเจ็บกันอยู่ข้างทาง
ไทยพยายามควบคุมสติก่อนที่จะค่อยพยุงตัวเองขึ้นมา อาจเป็นเพราะว่าไทยอยู่นอกสุด
มันเลยทำให้ไทยไม่เป็นอะไรมากนัก แค่มีบาดแผลถลอกเล็กน้อย
ดีที่มีหญ้าและน้ำริมทางรองรับ ไม่งั้นคงได้เจ็บหนักกว่านี้แน่

ไทยเอาแขนซ้ายเท้าพื้นเพื่อที่จะลุกขึ้น มันเจ็บแปรบไปทั้งแขน
ไทยลืมไปเลยว่าบาดแผลที่โดนมีดฟันตอนที่ไปช่วยวินด์เมื่อคราวก่อนมันยังไม่หายดี
คราวนี้ไทยเอาแขนด้านซ้ายลงกระแทกพื้นเต็มๆ มันเลยระบมหนักกว่าเก่า
เลือดไหลซึมออกมาจากผ้าพันแผลที่พันไว้ก่อนแล้ว
ตอนนี้ผ้าพันแผลที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน มันทำให้เห็นเลือดที่ซึมออกมาได้เด่นชัดขึ้น

ไม่ช้าหน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลก็มาถึงที่จุดเกิดเหตุ
ไทยพยายามฟังการสนทนาที่เกิดขึ้น ณ จุดเกิดเหตุ
จนพอจะจับสาเหตุที่รถพลิกคว่ำได้ว่าเกิดจาก มีรถมอเตอร์ไซด์ขับปาดหน้า
ทำให้รถเสียหลัก ประกอบกับฝนตกถนนลื่น รถเลยไถลและพลิกคว่ำในที่สุด
ไทยและเพื่อนได้รับการช่วยเหลือไปทำการรักษาแผลฟกช้ำที่ได้รับ
ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากที่ทำแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ
ก่อนที่จะไปส่งไทยที่โรงเรียน ชุดไทยที่รีดเรียบเพื่อกลบเกลื่อนความยับ
ที่เกิดจากการใส่เสื้อซ้ำมันหายไปหมดแล้ว เสื้อกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ
จากขี้โคลนและน้ำฝน เสื้อที่ขาดหลายจุดดมันทำให้ภาพเจ้าชายแกงจืดหายไป
ในพริบตา...

เสียงรถพยาบาลเปิดหวอดังลั่น แล่นมาถึง โรงเรียน

ไทยก้าวลงมาจากรถพยาบาล พร้อมกับสายตานับไม่ถ้วนบนอาคารที่มองมาที่ไทย...
เจ้าธีมันดูตื่นตะหนกเป็นพิเศษรีบวิ่งหน้าตาตื่นลงมาทันที

ธี : เฮ้ย... ไทยไปทำอะไรมาว่ะ
ไทย : เดี๋ยวๆๆ ใจเย็น ไปที่ห้องก่อนได้มั้ย รถพยาบาลเค้าจะได้กลับโรงพยาบาล
ธี : แหะๆ ขอโทษคร้าบบบ ขอบคุณนะคร้าบ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ เฮ้ย ไม่ใช่...

ธีพยุงไทยขึ้นไปห้องเรียน ตอนนี้เป็นช่วงพักเบรคพอดี เพื่อนเลยวิ่งเข้ามาถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กันยกใหญ่เล่าไปเล่ามาก็มีน้ำเจิ่งนองไปทั่วโต๊ะเรียน ไม่ใช่น้ำที่ไหนมันมาจากชุดที่ยังเปียกอยู่นั่นเอง
อยู่ๆก็มีมือนึงยื่นแหวกเพื่อนๆเข้ามา พร้อมเสื้อนักเรียน

แมน!

ไทยหันไปมอง เพื่อนๆก็ด้วยที่ตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก

แมน : เอาไปเปลี่ยนซะ เราให้ยืม เห็นนายสภาพแบบนี้แล้วทนไม่ไหวว่ะ
ไทย : !!!!!!!!! (ไทยอึ้งไปซักพักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น)
แมน : เฮ้ย มาทำหน้ามึนอยู่นั่นแหละ บอกว่าให้ยืม เอาไปเปลี่ยนซะก่อนที่จะเป็นปอดบวมตาย
ไทย : เออๆๆ ขอบใจ

ไทยแหวกเพื่อนๆออกไปเปลี่ยนเสื้อแล้วหันมายิ้มกับเพื่อนๆ
พฤติกรรมนี้คงเป็นนิมิตรหมายอันดีสินะว่าแมนเริ่มที่จะเปิดใจเข้าหาเพื่อนๆมากขึ้นแล้ว...
มัวแต่ตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ประหลาดแห่งปี นายแมนคงหายดีแล้วสินะ พูดได้แล้ว
ระหว่างทางไปห้องน้ำไทยคิดในใจ ขอบใจสิ่งใดก็ตามที่ทำให้นายแมนเปิดใจ
ขอบใจจริงๆ สาธุ ...

ถึงแม้ว่าวันนี้ไทยจะเจอแต่สิ่งที่โชคร้าย แต่กลับมาเจอสิ่งดีๆบ้างก็ดีเหมือนกัน...

ไทยรีบเปลี่ยนเสื้อเพราะคาบต่อไปเป็นคาบเสปนของครูเอมที่ไทยตั้งใจว่าต้องมาเรียนให้ได้
แต่ไทยก็เจอกับความโชคร้ายอีกครั้ง เมื่อครูรันตร์เดินเข้ามาในห้อง...

ครูรันตร์ : อ่าวนักเรียน วันนี้ครูเอมไม่สบายลาหนึ่งวัน คาบนี้ก็ให้นักเรียนศึกษาตามความสนใจนะครับ
              ใครสนใจไปช่วยครูจัดห้องสมุดก็ตามครูมานะ

นักเรียน : เฮ้... (ตามสไตร์นักเรียนไทย อิอิ)
ไทย : ทำไมครูเอมต้องป่วยด้วยยยยยยยยยย (ไทยฟุบลงกับโต๊ะ)

...

วันนี้แสงพระอาทิตย์ถูกกลืนกินด้วยสายฝน และเมฆดำที่ปกคลุมเกือบทั้งวัน
ยังดีที่ตอนเย็นฝนหยุดตกแต่ความชื้นก็ยังปกคลุมไปทั่วบริเวณ
วันนี้ดูเหมือนจะค่ำเร็วกว่าปกติ เพราะ ตามอาคารต่างๆเริ่มเปิดไฟแล้ว
ทั้งๆที่เพิ่งหกโมงเย็น
ไทยเดินออกจากห้องเรียนตัวเปล่า เดินไปที่ประตูโรงเรียน
แต่ไทยต้องหยุด เพราะว่ามีเสียงเรียกมาจากทางด้านหลัง ไทยหันกลับไป

แมน ... นายแมนเดินเข้ามาหาพร้อมกับกำมือแน่น...

ไทย : เฮ้ย ใจเย็นแมนมีอะไรคุยกันได้เว้ย

แมนยังไม่หยุดเดินเข้ามาอีก แมนยื่นหมัดมาที่หน้าของไทย
ก่อนที่จะลดมือลง แล้วส่งบางสิ่งใส่ในมือไทย แล้ววิ่งออกไปทางประตูโรงเรียน
โดยที่ไม่พูดอะไรซักคำ ไทยกำมันไว้แน่นก่อนที่จะเดินออกจาก
โรงเรียนไป ไทยเดินไปเรื่อยๆในมือยังกำของสิ่งนั้นไว้แน่น ไ
ทยเดินจนมาถึงมุมตึก วันนี้ท้องฟ้าโปร่งแบบน่าแปลกใจเห็นดาวเต็มท้องฟ้า
ไทยแหงนมองฟ้า ก่อนที่จะก้มลงมามองทีมือที่กำแน่น

 

ไทยค่อยๆแบมือออก มันเป็นเศษกระดาษแผ่นเล็กที่มีข้อความอะไรบางอย่างอยู่
ได้เปิดกระดาษแล้วอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น


"ขอบใจมิตรภาพ
ฝนหยุดตก... สิ่งที่ตามมาคือ ฟ้าหลังฝน"


====================================================

Nota want to tell ;

การบ้านนี้เป็นการบ้านที่ด้นสดจริงๆ เป็นการหาความโชคร้ายให้ลูกชายแบบตายเอาดาบหน้า
ไปเรื่อยๆ เพราะคำว่าวิกฤตต่างๆที่จะเอาเข้าใส่ให้ตัวไทยเองมันเป็นเรื่องที่คิดยากพอสมควร
เลยใช้เป็นความโชคร้ายที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของ
ไทยที่ค่อนข้างมีฐานะ และสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสังคมไทยในปัจจุบันที่เด็กบางคน
ที่ขาดพี่เลี้ยงไปซักคนก็ทำอะไรไม่เป็น...

ต้องปล่อยให้เขาเผชิญกับโลกภายนอกซะบ้าง

แต่ก็แปลกนะ หน้าฝนที่ไรคนต่างจังหวัดมักจะขอลางานกลับไปทำนาทุกที อิอิ
สงสัยข้าวราคาดี โดยเฉพาะปีนี้ข้าวแพงมากกกก

และได้หยิบจิ้งจกร้องทักมาเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายที่จะเกิดขึ้น และก็คงไม่ใช่
ความโชคร้ายที่เล็กๆด้วย เลยให้รถสองแถวคว่ำ เพื่อแสดงผลของความเชื่อของโบราณ
ที่กล่าวเอาไว้ว่าถ้าจิ้งจกร้องทักมักจะเกิดเหตุร้าย

เรื่องโชคร้ายเรื่องสุดท้ายเป็นความโชคร้ายที่เกิดจากการคาดหวังในคาบเรียนของครูเอม
ที่ไทยเองตั้งใจที่จะมาเรียนตั้งแต่ต้น ทั้งๆที่เจออุปสรรคมากมาย แต่กลับมาเจอกับความผิดหวัง
ว่าวันนี้ครูเอมป่วยมาสอนไม่ได้

การบ้านครั้งนี้อาจเป็นการบ้านที่ดึงเพื่อนๆเข้ามามีส่วนร่วมน้อยไปหน่อย แหะๆ
ผมไม่อยากให้เพื่อนๆมาเผชิญกับความโชคร้ายกับผมนี่หน่า
ที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นแมนที่เปลี่ยนบุคคลิกไปจากเดิม
(อ้างอิงจากจุดเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นจากการบ้าน 13 ของแมน ครับ)
คงเป็นจุดเปลี่ยนที่เป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับหลายๆคน ก็
คงต้องเดากันต่อไปว่า ข้อความที่แมนเขียนไว้ในกระดาษแผ่นนั้น
มันหมายความว่าอะไร

ถึงจะไม่มีน้ำตาลในการบ้านนี้ แต่การบ้านหน้าไม่แน่
น้ำตาลมันเริ่มออสโมซิสผ่านมาหาไทยบ้างแล้ว ...
ไทยจะกระจายน้ำตาลไปสู่ใครคงต้องรอติดตามกันนะครับ

หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้นะครับ ติชมกันได้นะครับ
ผมจะพัฒนาต่อไปครับเพื่อนๆ....

ข่าวดีๆๆๆๆ คราวหน้า โปรเจค โฮะ!02
Coming Soon


...
..
.

ปล. แก้รูปแล้วครับ แหะๆ พยายามสุดความสามารถ ได้เท่านี้อิอิ
ไม่เคยเรียนเรื่องตีบ เลยมึนๆ วาดไม่เป็นแต่อยากวาด กรรม จริงๆ
ขอบคุณสำหรับทุกคำติชมนะครับ ยินดีน้อมรับ ชับ ชา ดับ คับผม

การบ้าน 11 เมื่อที่หนึ่งเจอกับที่หนึ่ง

===================================

ด่าง ด่าง วันนี้ไปไหนฟ่ะ ไทยเรียกเจ้าด่างอยู่หน้าอาคารเรียนมานานสองนานก็ไม่
เห็นมันจะวิ่งมาอย่างเคย หรือว่ามีร้านอาหารมาเปิดใหม่แล้วมันไปขลุกอยู่กับแม่
ครัวคนใหม่กันแน่ หรือว่าช่วงนี้มันไปติดสาวเลยหายหน้าไป เออช่างมันเหอะ...
เดี๋ยวมันอยากมามันก็มา ส่วนไอ้ลูกชิ้นนี้ ไทยกินหมดเลยละกัน ไทยพูดเสียงดัง
เผื่อมันจะเปลี่ยนใจวิ่งออกมาให้เห็นบ้าง แต่มันก็ไม่มีวี่แววพรีเซนเตอร์คาร์ฟอร์แคช
ที่เพื่อนๆตั้งให้กัน ไทยเดินขึ้นไปที่ห้องเรียน

ตอนนี้ยังเป็นเช้ามืดท้องฟ้ายังไม่สว่างมากนัก ไฟตามอาคารต่างๆยังติดอยู่
ไทยเหลือบไปเห็น แสงไฟที่ห้องซ่อมบำรุงของช่างรอนก็เปิดไฟอยู่เช่นกัน สงสัย
วันนี้ช่างรอนก็มาเช้าแหะ เดินไปทักทายดีกว่า

ไทย - กุ๊ก กุ๊ก กู๋ แบร่!!!!!!!
ช่างรอน - เฮ้ย... ใครน่ะอย่าล้อเล่น ออกมาเดี๋ยวนี้เลย
ไทย - แฮ่
ช่างรอน - โหย คุณไทยก็ เล่นอะไรอ่ะครับ
ไทย - สวัสดีครับ มาแต่เช้าเลยนะครับ มีงานด่วนเหรอครับ
ช่างรอน - อ๋อ ผมมาซ่อมเก้าอี้น่ะ เห็นมันชำรุดหลายตัว เดี๋ยวไม่มีเก้าอี้นั่งกันแล้วแย่
เลย ไม่รู้ว่านั่งกันยังไง เด็กสมัยนี้

ไทย - แหะๆ เหรอครับ
(คงเป็นพวกเราวิ่งกระโดดโลดเต้นกันบ่อยๆ อิอิแน่ๆ ไปก่อนดีกว่า )
ไปก่อนนะครับพี่รอน เดี๋ยวงานพี่ไม่เสร็จ
ช่างรอน - ครับผม เดี๋ยวผมเอาเก้าอี้ขึ้นไปส่งนะครับ ใกล้เสร็จแล้ว
ไทย - ครับผม แต่เดินคนเดียวระวังนะครับ บรึ๊ย...
ช่างรอน - ใกล้สว่างแล้วผมไม่กลัวหรอก

ไทยเดินขึ้นไปบนห้องเรียน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมีสีขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่นานพระอาทิตย์ก็
คงขึ้น ช่วงเช้าอากาศเย็นหน่อย แต่เวลาที่ลมพัดมาก็หนาวได้เหมือนกัน ไทยเดิน
กอดอกไปตลอดทางจนถึงห้องเรียน

ยังไม่มีใครมาอีกแหะ... ไทยเดินสำรวจรอบห้องแล้วเดินมาที่หน้าห้องมุมเดิมที่ไทย
ชอบมายืนเป็นประจำ... ไทยมองหาเจ้าด่าง แต่ก็ไม่เห็น มีแต่เจ้าสามสหายวิ่งขุดโน่น
คุ้นนี่อยู่หลังอาคาร ไทยมองเหม่อไปเรื่อยๆ หยิบปากกาที่เสียบไว้ที่กระเป๋ามาหมุน
เล่น ก่อนที่จะจดปากกาลงบน บอร์ดที่ว่างเปล่าที่มีเพียง กระดาษชาร์ตเก่าๆติดอยู่

ยามแสงแรก ใกล้โผล่พ้น เส้นขอบฟ้า
ณ ลูกบาศก์ วิทยา โรงเรียนฉัน
ทุกชีวิต ดำเนินไป เช่นทุกวัน
ความผูกพัน กลับเพิ่มพูน ในจิตใจ
...

ในขณะที่ไทยกำลังเขียนกลอนอยู่นั้น ก็มีเสียงเท้าพร้อมเสียงลากอะไรซักอย่าง
ดังขึ้นเป็นจังหวะ แก๊บแคร๊ด แก๊บแคร๊ด... ไทยนิ่งก่อนหยุดฟัง เสียงนั้นมันดังขึ้น
เรื่อยๆจนไทยเริ่มคิดไปต่างๆนานา... ไทยเริ่มเอามือพนมไว้ที่หน้าอก ก่อนที่ค่อยๆ
เดินไปที่ประตู ไม่ทันที่ไทยจะยื่นหน้าออกไปที่ประตูก็มีอะไรบางอย่างโผล่ออกมา

???? - คุณไทยครับ เก้าอี้เสร็จแล้วครับ แหะๆ
ไทย - โหยพี่รอนก็ ไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ ผมนึกว่าเป็น...
ช่างรอน - เป็นอะไรครับ...
ไทย - ช่างเหอะครับ เอาวางได้เลยครับ รู้สึกจะเป็นของสตาร์และตั้งโอ๋นะครับ
ช่างรอน - ครับผม ผมเอาวางเข้าที่แล้ว ฝากบอกเพื่อนๆด้วยนะครับว่า เบาๆกันหน่อย
ผมไม่อยากมาซ่อมให้บ่อยๆ 555 ว่าแต่เพื่อนๆยังไม่มาอีกเหรอครับ แต่เมื่อกี้ผม
เห็นหนูพราวลิบๆที่ประตูโรงเรียนนะ น่าจะมาแล้วล่ะ
ไทย - ครับผม เดี๋ยวผมจะบอกเพื่อนๆให้ครับ คงทยอยกันมาแล้วล่ะครับ
เพราะว่านี่มันก็ จะเจ็ดโมงแล้ว
ช่างรอน - พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวไปดูห้องคหกรรมก่อน เห็นว่าวันนี้เค้ามาเอาอุปกรณ์ครัว
ชุดใหม่มาลง...

ไทย - ขอบคุณมากครับพี่ โอกาสหน้าใช้บริการใหม่นะครับ

ตอนนี้เพื่อนทยอยกันมาแล้ว เสียงในห้องเริ่มเปลี่ยนแปลงเดซิเบลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นกกระจอกที่หลับไหลมานานมาเริ่มแตกรัง เสียงดังไปทั่วห้อง ดีนะที่วันนี้ไม่มีส่ง
การบ้านไมงั้น ห้องจะกลับมาเงียบกริบ เพราะว่า เพื่อนๆตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้าน
กันแหะๆ (นี่คือเด็กไทยโดยแท้) ไม่นานเสียงอ๊อดเข้าแถวก็ดังขึ้น ทุกคนเดินออก
ไปเข้าแถวเคารพธงชาติ วันนี้จะมีการมอบรางวัลการประกวดเรียงความวันสุนทรภู่
ที่ทางกลุ่มโรงเรียนในเขตบางขุนเทียน จัดไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนา 25xx ที่ผ่านมา
ไทยก็ส่งไปกับเค้าด้วยไม่รู้ว่าจะได้รางวัลกับเค้าบ้างรึเปล่า เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาทันที

เมื่อทำพิธีการหน้าเสาธงเสร็จ ก็ถึงเวลาประกาศผลรางวัลเรียงความ วันสุนทรภู่
ที่โรงเรียนเราเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขัน ฟองคลื่นทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศรางวัล
ผอ. เดินออกมา พร้อมกับ ปลา ที่วันนี้สละคราบคุณหมอเปลี่ยนมาเป็นผู้เชิญรางวัล

ฟองคลื่นเริ่มประกาศ รางวัลชมเชย 2 รางวัล ซึ่งเป็นของโรงเรียนอื่น
ต่อมาเป็นรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่
นางสาวจินตอักษร  ไทยบรรจงวิจิตร  จากโรงเรียนบางขุนเทียน

เพื่อนๆปรบมือแสดงความยินดี เพราะว่านานๆทีจะมีแขกจากโรงเรียนอื่นเข้ามาใน
โรงเรียนเรา ... ฟองคลื่นไม่รอช้าประกาศรางวัลต่อไป

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่
นายธีร์  นทีธารทรัพย์พิสิทธิ์   จากโรงเรียนลูกบาศก์วิทยา

ไทยอึ้งไปซักพัก ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปรับรางวัลด้วยแรงผลักของใครซักคนที่อยู่
ด้านหลัง ไทยยิ้มรับรางวัลด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม ลักยิ้มพิฆาตมันทำให้เสียงปรบมือ
ดังขึ้นเป็นระยะๆ ผอ.บอกไทยว่า เก่งมาก ไทยเดินไปรวมกับเพื่อนที่ด้านข้างเวที
ก่อนที่จะรอฟังประกาศผลรางวัลชนะเลิศ ... 

(ใครกันนะที่จะได้รางวัลชนะเลิศ จะเป็นโรงเรียนเรารึเปล่า ไทยคิดในใจ แล้วถ้ามัน
เป็นโรงเรียนเราใครกันล่ะที่จะได้ ... ไทยยังนึกไม่ออก)

รางวัลชนะเลิศ การเขียนเรียงความวันสุนทรภู่ประจำปีนี้ได้แก่
นายสงกรานต์  สว่างพิทักษ์ จากโรงเรียนลูกบาศก์วิทยา
ค่ะ

นายแมนชนะ แมนส่งเรียงความประกวดด้วยเหรอ เห็นวันๆเอาแต่คุยโทรศัพท์จีบหญิง
พระเจ้า ไม่ธรรมดาจริงๆเพื่อนเราคนนี้ งานนี้ไทยมีคู่แข่งภาษาไทยคนสำคัญแล้ว
แมนวิ่งออกมารับรางวัลด้วยท่าทีที่เก็กหล่อ(เก็กฮวยผสมหล่อฮังก๊วย)ตามเคย
ไทยยิ้มแล้วปรบมือให้กับผู้ชนะ เสียงเฮแสดงความดีใจที่โรงเรียนเราชนะ ดังเรื่อยๆ
แบบไม่ขาดสาย ทุกคนมีใบหน้าที่สดใส กับรางวัลที่ได้รับ ไทยและแมนดีใจที่ได้ทำ
ชื่อเสียงให้กับโรงเรียน เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องเรียน

ไทยยืนกอดรางวัลไปจนถึงห้องเรียน เพื่อนๆเข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่ จน
ไทยลืมไปว่าไทยได้ที่สองนี่หว่า ไม่ใช่ที่หนึ่ง 555

เมื่ออ๊อดคาบเรียนที่สองดังขึ้น ไทยนั่งทำงานที่ครูสั่งให้เสร็จก่อนที่จะเดินออกไปที่
ระเบียงหน้าห้อง ไทยเห็นแมนและเพื่อนๆยืนคุยกันอยู่ ก็มีไอริน บูม ไอริส และเพื่อน
ที่วิ่งผ่านไปผ่านมา เหมือนมีแรงดึงดูดอะไรซักอย่างที่ทำให้ไทยเดินเข้าไปที่เพื่อน
กลุ่มนี้ คงเป็นเพราะว่าจะไปแสดงความยินดีกับผู้ชนะสินะ ใช่สิเมื่อเช้ายังไม่ได้คุยกัน
เลย มัวแต่ดีใจคิดว่าตัวเองได้ที่ 1 อยู่ 555

ไทยเดินเข้าไป ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสหัวเราะกันใหญ่ นายแมนมายืนจีบสาวๆเหรอ
ไม่สินะ...  แล้วทำไมท่าท่างเหมือนกับกะลิ้มกะเหลี่ย เพื่อนๆผู้หญิงเราซะขนาดนั้น
ไม่ได้การแล้วฮีโร่ไทยต้องเดินเข้าไปขวางไว้ก่อนซะแล้ว...

ว่าไงเพื่อนๆ คุยอะไรกันอยู่เหรอ ขอไทยคุยด้วยคนสิ อ่าวแมนยินดีด้วยนะ เรื่องเมื่อ
เช้าหน่ะ นายเก่งชะมัด นายก็เก่งเรื่องวิชาการเหมือนกันนะ วันวันเห็นแต่นายโทรศัพท์
จีบสาวอยู่เป็นนิจ  ว่าแต่คุยอะไรกันอยู่เหรอ

แมน - ซ้อมจีบสาว มีไรป่ะ
ไทย - หะ ซ้อมจีบสาว อ่ะเหรอ นายไม่ได้จีบเพื่อนๆเราใช่ป่ะ
แมน - แน่ล่ะ เรายังจำกฎที่เราตั้งให้กับตัวเองได้ดี (แมนย้ำ)
ไทย - อ่าวเหรอ งั้นนายก็ซ้อมต่อเลย เราไม่กวนนายล่ะ
(ไทยถอยมาห่างๆ แต่ไม่ห่างมากหรอกพอที่จะได้ยินแมนซ้อมได้อยู่ อิอิ ซ้อมจีบสาว
 คนอย่างแมนเนี้ยะนะจะมาซ้อมจีบสาว ชั่วโมงบินขนาดนั้นไม่ต้องมาซ้อมแล้วมั้ง )

แมน - บูม หาชื่อตัวเองในพจนานุกรมเจอรึเปล่า
บูม - ไม่อ่ะ แมน ทำไมเหรอ
แมน - ก็มันจะไปเจอได้ไง ก็มันอยู่ในใจแมนไง
บูม - โหย... แมน เสี่ยวมาก

แมน - ไอริส ว่าการถอดสแควรูดมันยากมั้ย
ไอริส - ยากสิ คณิตศาสตร์มันยากอยู่แล้ว
แมน - แต่แมนว่า ถอดไอริสออกจากใจแมนมันยากกว่าอีก
ไอริส - !!!!!!!!!!!

แมน - เมื่อวานแมนเสียเวลาตั้งนาน
ไอริน - ทำไมเหรอ?
แมน - ก็หลงทางในใจไอรินไง
ไอริน - แหง่ว.....

ไอริส ไอริน บูม - คิดได้ไงแมน เสี่ยวดีแท้ เอาอีกๆๆๆ
แมน - ได้เลย... เดี๋ยวคิดก่อน

ไทยฟังอยู่ตลอด อยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มเล่นมุขของตัวเองบ้าง เลยถือโอกาสที่แมน
กำลังคิด เล่นมุขแทรกทันที

ไทย - ไอริน ขอปรึกษาปัญหาทางกฏหมายหน่อยได้มั้ย
ไอริน - เรื่องอะไรล่ะไทย
ไทย - ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ?
ไอริน - ไทยก็..... บ้า

แมน หันมามองหน้าไทย (หมอนี้มาจากไหน)แล้วหันกลับไปหาสาวๆ แล้วเล่นมุขต่อ

แมน - ถึงแม้อับบลาฮัมลินคอล์นจะเลิกทาสไปแล้ว........แต่ทำไมหัวใจแมนยังตกเป็น
ทาสของไอรินอยู่เลย

ไทยเอาอีก... ไทยเริ่มอยากสู้ขึ้นมาแล้วสิ ไทยมองที่สาวสับปะรด
ไทย - ไทยจะต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายล่ะครับบูม............
เพราะความรักของบูม..มันทำให้ไทยตาบอดซะแล้ว

บูมอมยิ้มอย่างเดียว แมนไม่รอช้าเล่นมุขต่อทันที

แมน - นี่เรารักเธอ...เธอโกรธเปล่า?
บูม - โกรธ
แมน - ก็รักแมนคืนซะดิ อิอิ

บูม - แหง่วว

ไทยหันไปหา นางงามไอริสบ้าง

ไทย - ไอริสๆ ผมไทยยาวยังอ่ะ?
ไอริส - ยังไม่ยาวเลยอ่ะ... สั้นอย่างงี้ใครว่ายาวก็บ้าแล้ว
ไทย - ยังยาวไม่พอจะมัดใจไอริสเลยเหรอ
ไอริส - แหวะ... เสี่ยวว่ะไทย 

ตอนนี้กลายเป็นสงครามมุขเสี่ยวไปซะแล้ว ทั้งไทยและแมนต่างใช้ชั้นเชิงทางภาษา
มาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใคร...

แมน - โอ๊ย!!...อย่ากำแรง.............
ไอริน - ทำไมเหรอ...
แมน - ยังไงเราก็ยอมเป็นลูกไก่ให้เธออยู่แล้วน่า
ไอริน - โหย สุภาษิต ลูกไก่ในกำมือ

ไทย - บูมมีเข็มกะด้ายไหม?
บูม - เอาไปทำอะไรหรอ?
ไทย - เอามาเย็บใจน่ะสิ เห็นหน้าบูม แล้วไทยจะขาด

แมน - ใช่แมนมันคนหลายใจ..................แต่รู้ไหมทุกใจมีแต่บูมคนเดียว
บูม - จริงดิ แหวะ

ไอริสเริ่มเลี่ยนกับมุขเสี่ยวที่ทั้ง แมนและไทยเล่น
ไอริส - ไทยแมน นายสองคนนี่มันกะล่อนจริงๆเลยนะ
ไทยได้แต่ยิ้ม... แต่นายแมนนี่ดิดูเหมือนจะไม่ยอมเอาง่ายๆ แมนยังเล่นต่อ เพราะคง
นึกว่าไทยจะหมดมุขล่ะคราวนี้

แมน - ดูท้องฟ้าสิเล็กจัง...
ไอริน - ทำไมหรอ?
แมน - เขียนคำว่า รักไอริน ยังไม่พอเลยอ่ะ

อย่างไทยไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่... ไทยลุยต่อ อย่านึกว่าไทยจะแพ้ง่ายๆ
ไทย - ไอริส ทำไงดีอ่า..เราตาบอดสีอ่ะ
ไอริส - โห..จิงอ่ะ แน่ใจเหรอ?
ไทย - อืมม..แน่ใจดิ.. ก็เราเห็นโลกเป็นสีชมพูอ่ะ
ไอริส - อย่างเห็นโลกเป็นสีดำมั้ย

แมนเล่นต่อแบบไม่รอให้หายใจ...
แมน - ไอริสเห็นอะไรตรงนั้นมั้ย (ชี้มือไปข้างหน้า)
ไอริส - เห็นอะไรอะ? แมน
แมน - ก็เห็นอนาคตของเราสองคนไง
ไอริส – อ๊อกกกกกกก

ไทยแทรกมาทันควัน...
ไทย - บูมครับ นี่กี่โมงแล้วครับ
บูม - ประมาณ 10.30 ค่ะ แล้วนายไม่มีนาฬิกาเหรอ
ไทย - เฮ้อ แย่เลย เวลาอยู่กับบูมแล้วเวลาผมหยุดอยู่กับที่ทุกที่
บูม -  เฮ้อคนเรา

พอๆๆเหอะ เก่งทั้งคู่เลย คงใช้ได้ผลนะ กับสาวๆคนอื่นนะไม่ใช่พวกเรา สามสาวยิ้มให้
ไทยและแมน ... แต่ว่าไปนายก็ดูไหลไปเรื่อบใช่เล่นนะไทย ไอรินแซวไทย
ไทยกับแมนได้แต่มองหน้ากัน แล้วอดขำไม่ได้ ไทยได้แต่อมยิ้ม มองหน้าแมนแบบ
ว่าการแข่งครั้งนี้ยังไม่จบ

ในขณะที่ไอริสกำลังจะก้าวเข้าห้องไทยก็ตะโกนบอกไอริสว่า

ไทย -ไอริส ระวัง ตรงนั้นมันลื่น
ไอริส - ทำไม ไหนไม่เห็นมีเลย
ไทย - จะไม่มีได้ไง ก็ไทยทำใจละลายไว้ตรงนั้น  ฮะ ฮิ้ววววววว 555
ไอริส - อีตาบ้า นี่แหนะๆๆๆ ใจแก่อยู่ตรงนี้ใช่มั้ย ชั้นจะเหยียบให้เละไปเลย
ไทย - โอ้ย โอ้ย อย่าๆๆๆๆ ใจมันอ่อนระทวยไปหมดแล้ว
ไอริส - เชอะ (แล้วก็เดินเข้าไปนั่งประจำที่ )

พวกเราทุกคนต่างแยกย้ายกันไปนั่งที่ เตรียมตัวเรียนคาบต่อไป
ไทยยังอดขำกับมุขเสี่ยวๆที่ตัวเองเล่นอยู่ คิดไปได้ไง
นายแมนก็คงคิดเหมือนกันกับไทย
งานนี้ เวลาที่มีแข่งอะไรเกี่ยวกับภาษาไทยอีก ไทยกับแมนคงไม่พลาดกันอีกแน่ๆ
คราวหน้าไทยไม่ยอมแพ้นายแมนแน่
ไทยเหม่อลอยอยู่ชั่วครู่ รู้สึกตัวก็เมื่อโดน ครูซันเรียกชื่อ

ครูซัน - นายธีร์ ... นายธีร์
ไทย - ครับ มาครับ
ครูซัน - เหม่ออะไรนะเรา
ไทย - เปล่าครับ แหะๆ

สมาธิกลับมาอีกครั้ง ไทยตั้งใจเรียนจนหมดคาบ
แล้วมานั่งนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าและตอนพัก 15 นาที บางครั้งคนเราก็ตัดสินคนจากภายนอก
ไม่ได้จริงๆ อย่างนายแมนที่บุคคลิกเป็นเพล์บอยซะขนาดนั้น กลับเก่งภาษาไทย
ซะได้... แต่มันก็ดีเพราะว่าคนที่เก่งภาษาไทยนั้นหายาก อิอิ
งานนี้ไทยมีคู่แข่งวิชาภาษาไทยซะแล้วงานนี้...(ขอให้แข่งเรื่องวิชาการอย่างเดียวแล้วกัน)
เราคงได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอีกแน่ถ้ามีโอกาส คราวหน้าไทยขอเป็นที่หนึ่งบ้างแล้วกัน
ว่าแต่จะมีใครที่เก่งซ่อนในแอบอยู่รึเปล่า... ห้องเราชอบมีอะไรแปลกๆแอบแฝงอยู่มากมายทีเดียว
ไว้คอยดูกันต่อไปดีกว่า ว่าจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นรึเปล่าสำหรับ ไทยและแมน

แต่กับนายแมน ถึงแม้จะดูเป็นคนเก็กหล่อได้ทั้งวัน แต่ก็ดูไม่น่าจะเป็นคนที่มีพิษมีภัย
อะไรไทยก็พยายามเข้าไปคุยด้วยอยู่แล้ว (ไทยพยายามมองในแง่ดี)
ยิ่งได้รู้ว่าเก่งภาษาไทยขนาดนี้ แนวเดียวกันคงไปได้สวย...
แต่หวังว่าแมนมันคงไม่รำคาญไทยซะก่อน แหะๆ กวนประสาทนาย
แมนมันสนุกดีนี่หน่า 555 ซักวันคงโดน นายแมนต่อยตาเขียวกลับมาเป็นแน่

เรื่อง ภาษาไทยไทยสู้ตายแต่เรื่องแข่งจีบสาว ชั่วโมงบินไทยคงสู้แมนไม่ได้แน่ๆ
ไทยก็แค่ขำๆๆๆ ไปวันๆ หยอดโน่นนิดนี่หน่อย เพื่อให้หัวใจมีชีวิตชีวา

หลังเลิกเรียน...

ไทยเดินไปขอยืมสมุดจดวิชาคณิตศาสตร์จากไอริน เพราะว่าไทยจดไม่ทันครูซันลบ
กระดานเร็วไปหน่อย... ในขณะที่ไทยหันหน้ากลับมา ไทยก็เหลือบไปมองที่กลอนที่ไทย
เขียนไว้ที่บอร์ดในตอนเช้า ตอนนี้ข้อความมันมีมากขึ้นกว่าเดิม

ยามแสงแรก ใกล้โผล่พ้น เส้นขอบฟ้า
ณ ลูกบาศก์ วิทยา โรงเรียนฉัน
ทุกชีวิต ดำเนินไป เช่นทุกวัน
ความผูกพัน กลับเพิ่มพูน ในจิตใจ
...
เพื่อนชายหญิง ล้วนหลากหลาย ทางความคิด
กลับสนิท เป็นเพื่อนได้ น่าสงสัย
มันคงเป็น พรหมลิขิต ดลจิตใจ
ให้พวกเรา ต่างรักใคร่ และปรองดอง

ไทยสงสัยว่าใครเป็นคนที่มาเขียนกลอนต่อจากไทย ไทยพยายามดูลายมือแต่ก็ดูไม่
ออก... ไทยเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนที่จะเขียนกลอนต่อไปอีก

...
ทั้งเฮฮา บ้าทะเล้น เล่นสุภาพ
เรียนทุกคาบ กลับตั้งใจ ไม่หม่นหมอง
ร่วมกันสร้าง พัฒนาโรงเรียน ตามครรลอง
ตามมุมมอง คนรุ่นใหม่ หัวใจไทย

แล้วจะคอยดูว่าใครจะมาเขียนกลอนต่อจากไทยอีก มันเหมือนกลายเป็นการแข่งขัน
เขียนกลอนไปซะแล้ว ทั้งๆที่ตอนนี้ไทยยังไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่มาเขียน จะรู้มั้ยว่า
ตอนนี้ไทยเริ่มสนุกแล้ว...

ไทยพยายามเฝ้ามองอยู่ทั้งวันก็ไม่มีใครเดินผ่านเข้าไปที่บอร์ดนั้นแม้แต่คนเดียว
ไทยเริ่มถอดใจ คงหาตัวไม่ได้แน่ๆ ไทยตัดสินใจกลับบ้าน พร้อมกับความสงสัยที่มี
อยู่ในใจ ใครกันที่แต่งกลอนได้ แต่มันก็น่าจะแต่งได้ทุกคนนี่หน่า เราคิดมากไปรึ
เปล่า มันก็น่าจะมีพรสวรรค์บางล่ะน่า กับการที่ยืนอ่านกลอนแล้วสามารถต่อกลอน
ได้เลยแบบไม่ต้องคิดมาก หรือว่าจะเป็นนายแมน ที่ว่าเก่งภาษาไทยเป็นทุนเดิมอยู่
แล้ว แต่นายนั่นก็ไม่ค่อยเดินมาทางหน้าต่างเท่าไหร่ มัวแต่มองออกไปที่ประตูซะ
มากกว่า แล้ววันนี้แมนมันยังลุกไปแต่งสูทแบบกะทันหัน แล้วประกาศว่าจะลาโรงเรียน
เป็นอาทิตย์อีกต่างหาก คงไม่ใช่แมนแน่ๆ แล้วมันจะเป็นใครกัน

ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาดูอีกที ว่าจะมีกลอนลึกลับโผล่มาอีกรึเปล่า...
(พ่อไทย : แล้วมันลึกลับตรงไหนล่ะลูก )

ตอนนี้ที่สนามฟุตบอลพวกเพื่อนๆกำลังเล่นบอลอยู่พอดี...

โย - ไทยๆๆๆ มาเล่นบอลเร็วขาดคนอยู่พอดี
ไทยกำลังคิดเรื่องกลอนอยู่ เลยไม่ทันได้ยินเสียงของโย

ฟิ้ว วววว ออัก !
ลูกบอลกลมๆลอยมาจากไหนไม่รู้ โดนหัวไทยเต็มๆ ไทยล้มลงกับพื้นด้วยแรงอัดของ
ลูกบอล ไทยเอามือขึ้นมาจับที่หัว ในขณะที่โยรีบวิ่งเข้ามาหาไทย
โย - เฮ้ย ไทยขอโทษว่ะ เป็นไงบ้างว่ะ ขอโทษนะเว้ยไม่ได้ตั้งใจ มามา มาเล่นบอลด้วยกัน
ไทย - ใจเย็นๆ มึนอยู่
(ไทยเอากระเป๋าวางลงแล้วเดินไปที่สนามอย่างมึนๆ)

ไม่นานนักโลกที่หมุนๆก็กลับมาเหมือนเดิม คราวนี้เริ่มมันในอารมณ์ เตะกันกระจุย
นานแล้วที่ไม่ได้เหงื่อออกอย่างงี้ รู้สึกว่าสารเอนโดรฟินมันหลั่งออกมาเป็นแกลลอน
เลยทีเดียว... แต่ระหว่างที่ไทยกำลังสนุก ก็มีเสียงหนึ่งตะโกนมาแต่ไกล

??? - ฮันนี่ มีกลับบ้านแล้วนะ จุ๊บๆ
ไทยหันไปตามเสียงที่ดูร้อนแรง เปรี้ยวจี๊ด ก่อนที่จะหยุดวิ่ง
ไทย - อ่าวแพต กลับบ้านแล้วเหรอ วันนี้แค่นมารับรึเปล่า
แพต - โหย อีตาแค่นมันขอกลับบ้านนอกไปทำนาไถนา ช่วงนี้ข้าวราคาขึ้น
          ไฮโซก็เลยต้องนั่งรถเมล์ (ทำหน้าเศร้า)
ไทย - เปลี่ยนบรรยากาศเนาะ แหะ
แพต - ค้า... นึกว่าฮันนี่ จะไปส่งซะอีก
ไทย - ยังเล่นบอลไม่จบเกมเลย วันนี้ขอนะกำลังสนุก แหะๆ
แพต - เชอะ โกรธ... (แล้วก็เดินก้นงอนหนีไป)

ภู - เฮ้ยไอ้ไทยคุยกับเมียมึงเสร็จยังว่ะ เพื่อนๆรออยู่นะเฟ้ย
ไทย - เฮ้ยไม่ใช่ เพื่อนกัน ตอนนี้แพตเป็นแฟนภูมิอยู่ไม่รู้เหรอ
ภูมิ - ซึ่งอยู่ไกลๆ ทำหน้างงงง ????????????
ภู - 555 งั้นเหรอ ช่างเหอะ มาเล่นกันต่อ
ไทย - เค เอาส่งมาเลย

พวกเราเล่นบอลกันจนมืดก่อนที่จะแยกย้ายกลับ...

เช้าวันต่อมา...
มันมาอีกจนได้ เจ้ากลอนลึกลับ ที่หาคนเขียนไม่ได้... มันเขียนต่อไปอีก ว่า
...

สี่สิบแปด บุคคลิก ต่างโดดเด่น
จืดสนิท จนเผ็ดลิ้น แสบเหลือหลาย
ยำรวมมิตร นักเรียนไทย ให้ผ่อนคลาย
จากเหนือใต้ ออกตก มาพบกัน

กระดาษที่เขียนก็มาถึงขอบกระดาษแล้ว ไทยก็ยังตามหาคนที่เขียนกลอนต่อจาก
ไทยไม่ได้ ถามเพื่อนๆทุกๆคน ก็ส่ายหน้า ไทยทนไม่ไหวเลยฝากข้อความสุดท้าย
ไว้ที่ขอบกระดาษ...

ใครต่อกลอน โปรดชี้แจง แถลงไข
อย่าปล่อยให้ มันเป็นไป ตามแต่ฝัน
พื้นที่เขียน กระดาษนี้ ใกล้หมดพลัน
อย่าแกล้งกัน ให้ทรมาน ตามอยู่เลย

คนที่แกล้งไทยคงสนุกมันในอารมณ์ ตอนแรกไทยก็มันอยู่หรอก เพราะว่ามันเหมือน
แข่งกันเขียนกลอน แต่ตอนนี้เหมือนไทยเป็นเป้า ไม่เอาไม่อยากตามหาแบบนี้
จะติดกล้องวงจรปิดก็ใช่เรื่อง จะให้มาเฝ้า 24 ชั่วโมง ก็คงไม่ีมีกะจิตกะใจเรียนกัน
พอดี... หวังว่ากลอนนี้คงทำให้คนที่เขียนยอมบอกนะว่าเขาเป็นใคร

วันรุ่งขึ้น...ไทยยังใจจดใจจ่อกับกระดาษบนบอร์ดนั้น
ไทยเดินเข้ามาโรงเรียนด้วยความตื่นเต้นว่าจะมีข้อความฝากกลับไว้อีกรึเปล่า
แต่พอมาถึงห้องและก้าวมาถึงหน้าบอร์ด

สิ่งที่ไทยเห็นตรงหน้ามันทำให้ไทยถึงกับตะลึง

"ประกาศเวรประจำวันของนักเรียน 4/1 โรงเรียนลูกบาศก์"

กระดาษแผ่นนั้นมันหายไปแล้ว!!!!!!!

ไทยเดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับความสงสัยที่มีอยู่ในหัว...
ไทยเอากระเป๋าเก็บเข้าที่ใต้โต๊ะก่อนที่จะเจอเศษกระดาษใบหนึ่ง
ไทยคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมา มีข้อความเขียนอยู่ด้วย
เฮ้ย ลายมือเดียวกับที่เขียนที่บอร์ดนี่หว่า
ข้อความเขียนเอาไว้ว่า...

"อยากรู้จริงเหรอว่าฉันเป็นใคร
ฉันไม่ใช่ใครที่ไหนฉันคือไก่ชน"

ไทยพิจารณาข้อความอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะอุทานออกมาว่า
"อ๋อ นายนั่นเองที่เป็นคนเขียน"

...

 

การบ้านนี้เป็นการแข่งกันของไทยกับแมนในด้านทักษะภาษาไทย ซึ่งเป็นความสามารถที่
ทั้งสองคนมี ซึ่งก็แบ่งเป็นทั้งภาคจริงจังที่ไทยกับแมนส่งเรียงความเข้าแข่งขันในวัน
สุนทรภู่ จนประกาศเป็นผลรางวัลออกมา และภาคไร้สาระที่ใช้ความมีเสน่ห์ของคำและภาษา
ในการเล่นมุขเสี่ยวแข่งกัน ถึงแม้มันจะไม่มีการตัดสินว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่มันก็เป็นการแข่