ต่อจาก บันทึก Entry นี้นะครับ
http://93thai.exteen.com/20080506/entry

ไปต่อกันเลยครับ

พวกเรามาถึงผาแตะเมฆ ยังทันที่จะได้เห็นความสวยงามของ
พระอาทิตย์ตกพอดี เพื่อนหลายคนยังซึมซับความสวย

งามอยู่เลย
มินท์หยิบกล้องออกมาถ่ายรูปอย่างมีความสุข มันเป็นภาพ

ที่น่า
ประทับใจอย่างมากที่ได้มาทริปในครั้งนี้

สารอดีนาลีนในร่างกายมันสูบฉีดไปทั่วร่างกายไทยแล้ว

ตอนนี้

ซักครู่เราก็เดินทางกลับแคมป์กัน ด้วยความสุขเต็มเปี่ยม
เพื่อนหลายกลุ่มเดินไปด้วยกัน เสียงสนทนาดังอย่าบอกใคร

เชียว
การเดินป่าวันนี้ได้สิ้นสุดลง ...
แต่กิจกรรมรอบกองไฟกำลังจะเริ่มขึ้น...

ไปเตรียมตัวกันเถอะพวกเรา
ไม่รู้ว่าวันนี้ใครจะทำกับข้าวให้พวกเรากินกันนะ...

ณ แคมป์ที่พัก

เพื่อนๆที่มาก่อนแล้ว ต่างพากันไปช่วยกันทำกับข้าว
บ้างก็กำลังเตรียมวัตถุดิบ บ้างก็กำลังจุดเตาถ่าน
งานนี้ลี่ลีน่าจะเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำอาหารแน่ๆ เห็น
เพื่อนๆช่วยกันทำอาหารแบบนี้ ต้องเข้าไปช่วยซะแล้ว
ไทยเดินเข้าไปช่วยเพื่อนๆทำกับข้าว ไม่นานเพื่อนก็ทยอย
กลับมาถึงที่แคมป์กันหมด อาหารก็ใกล้เสร็จแล้ว
มีทั้งผัดยอดมะระน้ำมันหอย ไข่เจียวหมูสับสูตรพิเศษ
ต้มยำปลากระป๋อง หมูทอด ยำวุ้นเส้น และอีกหลายอย่าง
ที่เพื่อนๆช่วยกันคิดช่วยกันทำ งานนี้อิ่มหนำสำราญกันเลย
ทีเดียว...

เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย พวกเราช่วยกันตักอาหารใส่ถ้วย
ใส่จานแล้วไปนั่งล้อมวงกันเป็นกลุ่มๆ แล้วกินข้าวเย็นกัน
ทุกคนมีความสุขกับอาหารมื้อนี้มาก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็น
อาหารระดับ 5 ดาว แต่ทุกคนทำมันด้วยใจ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว
พูดไปน้ำตาจะร่วง ไข่เจียวถึงจะขอบไหม้ ต้มยำถึงจะเปรี้ยว
ไปนิดก็ไม่เป็นไร ไม่ช้าทุกอย่างก็อันตธานหายไปในพริบตา
ทุกคนช่วยกันเก็บจานไปล้างก่อนที่จะเตรียมตัวรอบกองไฟ
ในคืนนี้...

พี่ชัย เตรียมกองไฟให้เราเรียบร้อยแล้ว
เปลวไฟลุกโชน... ดึงดูดให้พวกเรา เดินเข้าไปล้อมวงกัน
อย่างพร้อมเพรียง ไม่ช้าเสียงดนตรีที่ลัคให้จังหวะก็เริ่มดังขึ้น
อินทรีนำทีมสันทนาการ โดยมีสรเป็นตัวช่วย ทุกคนร้องเพลง
กันอย่างมีความสุข...

ไทยรู้สึกดีใจที่เห็นทุกคนยิ้ม ยิ้มทำให้อายุยืนนะเพื่อน
มาค่ายคราวนี้ เพื่อนๆคงอายุยืนไปอีกหลายปีเลยทีเดียว
555 ไทยอดยิ้มไม่ได้...

"ช่วงต่อไปนี้ขอให้เพื่อนนอนลงนะครับ
เรากำลังอยู่ในช่วง สมาคมชมดวงดาว
เรามามองดาวกันเถอะ วันนี้ฟ้าโปร่งแล้วเพราะฝนเพิ่งหยุดตก
ซึมซับความสวยงามของดวงดาวให้เต็มที่เลยเพื่อนๆ"
ไทยบอกเพื่อน

ทุกคนเงียบ...แล้วนิ่งซักพัก พี่ชัยช่วยอธิบายเรื่องราวของ
ดวงดาวให้พวกเราฟัง ซักแป๊บ

หลายคนได้ยินเสียงกรน ใครเคลิบเคลิ้มกับดวงดาวจนหลับ
เนี้ยะ... ตื่นๆๆๆๆๆๆๆ หลายคนสะดุ้งตื่น
แต่ไทยก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง ใครรู้ว่าเป็นใครบอกด้วยนะ อิอิ
สมาคมชมดาวจบลง ทุกคนลุกขึ้นนั่ง

มาถึงช่วงสาระกันบ้างแล้ว มาค่ายคราวนี้
พวกเราก็ควรได้ความรู้และจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติกลับ
ไปบ้าง ไม่มากก็น้อย

"พี่ชัย เกริ่นนำเรื่องโลกร้อนให้เราฟังถึงผลกระทบที่มัน
กำลังเกิดขึ้นกับโลกของเรารวมถึงประเทศไทย ว่ามันน่ากลัว
กว่าที่พวกเราคิด เราในฐานะส่วนหนึ่งของโลก เราจะช่วยโลก
ร้อนได้ยังไงกันนบ้าง"

สำหรับไทยแล้วไทยจะมีส่วนในการลดโลกร้อนได้ยังไงอ่ะ
เหรอ คงลดการใช้ถุงพลาสติก เวลาไปซื้อของไทยจะเอา

กระเป๋าใบใหญ่ๆไป พอซื้อของทีก็ยัดมันไปเลย บอกพี่
ไม่เอาถุงครับ ลดโลกร้อนครับพี่ หัวใจจะพองโตขึ้นทันที
ใครที่ไม่เคย ลองดูนะครับ ยกมือขึ้น แล้วบอกคนขายว่า
ไม่เอาถุงครับพี่ ลดโลกร้อน โอ้พระเจ้า น้องคือฮีโร่ช่วยโลก
ใบนี้ไว้จริงๆ... การที่เราลดการใช้ถุงพลาสติกวันละ 1 ใบ
คงจะเป็นการช่วยทำให้โลกร้อนน้อยลงได้ไม่มาก แต่ถ้า

ทุกคนช่วยกัน มันก็คือพลังอันยิ่งใหญ่... ที่ทุกคนจะสัมผัส
มันได้ในอนาคต...

สุดยอดดดดดดดดดดด ... หัวใจพองโต

ทุกคนได้แลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับโลกร้อนได้อย่างดีที
เดียว ไม่น่าเชื่อว่า ห้องเรา มีเด็กที่ดีมากมายขนาดนี้
ผอ. มาเห็นคงภูมิใจแน่ๆ ที่เด็กๆมีจิตสำนึกดีขนาดนี้

มาถึงช่่วง Nighty Shock  ผีมาแล้ววววววว
เพื่อนๆเริ่มเล่า นานาสารพัด ผี อยากรู้ว่าเป็นผีอะไร
ตามไปถามเพื่อนๆที่ไปเอาเองนะ ถ้าไทยเล่ายาวแน่ๆเลย

มาฟังเรื่องผีของไทยดีกว่า
มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเกิดขึ้นกับเด็กขนองกลุ่มหนึ่ง
ที่ไปเที่ยวที่ภูกระดึง (หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว)
ระหว่างทางขึ้นซึ่งต้องเดินทางขึ้นเขา ประมาณ 3 กิโลเมตร
ก่อนขึ้นจะมีศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ (น่าจะเป็นคนแก่ เพราะว่าจะมี

ไม้เท้าวางพาดอยู่ที่บริเวณศาล) เด็กกลุ่มนี้ด้วยความที่เป็น
เด็กขนองจึงเดินผ่านไปโดยไม่ได้ยกมือไว้ แล้วมีเด็กคนนึง
เห็นไม้เท้าางอยู่กับพื้นจึงไปเก็บมาแล้วเอามาถือเล่น แล้วพูด
ทีเล่นทีจริงว่า ผมยืมก่อนนะ เดี๋ยวเอามาคืนตอนขาลง

แล้วก็เดินทางขึ้นเขาไป
ระหว่างทางได้มีการลบหลู่ป่าเขาหลายครั้ง จนทำให้รู้ว่าพวก
เขาเดินวนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เกือบชั่วโมง เพื่อนคนนึง
รู้สึกไม่ดีเลยยกมือขอโทษ ขอให้เปิดภาพที่บังตาพวกเรา

เถิดเราไม่ได้ตั้งใจ... แล้วเดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงที่หมายซึ่ง

แปลกมาก...

พวกเขาเดินทางเข้าที่พักเอาแรงเพื่อที่จะเดินเที่ยวในวันรุ่งขึ้น
ผาเหยียบเมฆ ถ้าจำชื่อไม่ผิด น่าจะเป็นจุดที่ทุกคนที่มาเที่ยว
ภูกระดึงต้องไปให้ถึง การเดินทางใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน
เด็กกลุ่มนี้ก็ไปถึงเช่นกันแต่กว่าที่จะเดินกลับ ก็มืดค่ำแล้ว

เด็กกลุ่มนี้ก็เดินกลับตามกลุ่มนักท่องเที่ยวคนอื่นตามปกติ
ระหว่างทางก็พากันพูดคำหยาบคาย ท้าทายสิ่งต่างๆตลอด
ทาง กลุ่มคนที่เดินมาด้วยกัน ก็ค่อยๆเดินหายลับไป ห่าง

พวกเขาไปเรื่อยๆ... จนเหลือเพียงกลุ่มพวกเขา เพียงกลุ่ม

เดียว

เดินมาเรื่อยๆ จนถึงทุ่งหญ้าที่มีหญ้าขึ้นรกประมาณเอว กลุ่ม
เด็กพวกนั้นก็เดินเป็นแถวเรียงหนึ่ง แล้วนับเพื่อเช็คจำนวน
เพื่อนๆว่าอยู่ครบกันรึเปล่า เพราะว่ามันมืดมาก...

เด็กในกลุ่มมี 5 คน เมื่อนับ 1 2 3 4 5 6
เฮ้ย มึงนับดีๆดิ อย่าล้อเล่นน่า
คนที่อยู่หัวแถวพูด
เมื่อนับอีกที 1 2 3 4 5 6
หลายคนเริ่มใจไม่ดีและไม่กล้ามองไปด้านหลัง
ฝีเท้าเริ่มเร็วขึ้น...

คนสุดท้ายที่เดินรั้งท้าย ขณะที่กำลังเดินอยู่เหมือนมีคน
มากระชากเขาให้ล้มลง แล้วลากเข้าพงหญ้าไป เขาพยายาม
ตะเกียกตะกายออกมา แต่ก็ทนแรงของเงามืดตัวดำๆไม่ไหว
เลยร้องออกมาสุดเสียงแต่ก็ไม่มีเสียง

เพื่อนๆที่รู้ว่าเพื่อนของตัวเองหายไปก็วิ่งกลับมา เห็นเพื่อน
นอนอยู่โผล่แต่หัวออกมาจากพงหญ้า จึงรีบเข้ามาช่วย
เขาโดนไม้ตำเข้าที่ขาเป็นแผลเลือดออก
ยังโชคดีที่ มีพลาสเตอร์ที่พกมา เลยช่วยห้ามเลือดกันได้
ซักพัก พากันพยุงกันไป หนึ่งในนั้นยกมือขอโทษสิ่ง
ศักดฺ์สิทธิ์ที่ล่วงเกิน ขอให้พวกเรากลับถึงที่พักด้วยเถิด
เพราะว่าตอนนี้พวกเขารู้สึกว่า พวกเขากำลังหลงทาง
ไม่ช้ารู้สึกว่ามีแสงไฟส่องมาที่พวกเขา เป็นมอไซด์...
มีพี่ที่สวมใส่ชุดป่าไม้ขี่มา พี่เขาตัวใหญ่ๆหน้าเข้มๆ
บอกให้พาคนเจ็บขึ้นรถ พวกเพื่อนก็ตัดสินใจให้เพื่อนที่เจ็บ
ซ้อนท้ายพี่เค้าไป
ส่วนที่เหลือเดียวจะวิ่งตามแสงไฟไป

มอร์ไซด์ขับมาเรื่อยจนเห็นแสงที่พัก
พี่มอร์ไซด์ หันกลับมาบอกว่าอย่าทำแบบนี้อีกมันไม่ดี
พี่ส่งตรงนี้พี่ไปล่ะ...
เด็กที่มาด้วย เลยถามไปว่า พี่เป็นใคร
พี่เค้าตอบว่า เป็นคนดูแลที่นี่แหละ
ไม่ทันที่จะกระพริบตา เสียงรถมอร์ไซด์ก็หายไปไม่มีวี่แวว
ของเสียงและแสงเลย เด็กคนนั้นจึงเดินไปที่ทำการอุทยาน
ระหว่างที่ทำแผล ก็ได้ถามเรื่องราวถึงพี่คนนั้นว่าพวกพี่ที่
อุทยานรู็จักกันรึเปล่า คำตอบที่ได้มาก็คือ ไม่รู็้จัก
และตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็อยู่กันครบไม่ได้ออกไปไหน

อ่าว แล้วพี่ที่ใส่ชุดป่าไม้นั้นเป็นใคร?

มาถึงกลุ่มที่เหลือหลังจากที่ตามรถไม่ทัน ก็เดินไม่ถึงที่

หมายซักที คราวนี้ดูเหมือนจะหลงทาง วนอยู่ที่เดิมอีกครั้ง
คราวนี้ ทุกคนพร้อมใจยกมือไว้ขอขมา เพราะคิดว่าพวกตน
โดนดีเข้าแล้ว เมื่อทุกคนไหว้เสร็จ ก็เจอทางออก ทั้งๆที่

เมื่อครู่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ทุกคนรีบกลับที่พักโดยไม่พูดถึงเรื่องนี้ตลอดทั้งคืน
พอเช้าวันกลับ ก็ได้ไปถามถึงแม่ค้าแถวนั้นเกี่ยวกับ
เหตุการณ์เมื่อคืน...
แม่ค้าบอกว่าท่านเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาที่ดูแลอยู่ที่นี่ ท่านมัก
จะขี่มอร์ไตรวจตราที่นี่ประจำแหละ

พวกเราถึงกับอึ้งกันเลยทีเดียว

พวกเราเดินทางกลับไป ณ จุดเกิดเหตุเมื่อคืน เราเดินกลับมา
ณ ที่เพื่อนคนหนึ่งโดนไม่ตำ ปรากฎว่าเป็นทุ่งโล่ง มีเพียง
หญ้าต้นเล็กๆขึ้นๆ ไม่มีต้นหญ้าที่สูงเท่าเอวเลยซักต้นเดียว
สิ่งที่การันตีได้ว่า เราเดินผ่านทางนี้จริงก็คือ เศษพลาสเตอร์
ปิดแผลที่ถูกทิ้งไว้ที่พื้น เราทุกคนมองหน้ากัน
แล้วเดินกลับที่พักทันที เราเดินทางกลับลงมาด้วยสัมภาระ
ที่ค่อนข้างพะรุงพะรัง เราเริ่มเหนื่อยกัน เพื่อนที่ถือไม้เามา
ด้วยก็ได้วางไม้เท้าทิ้งไว้บนภู แล้วบอกว่าผมเอาไปด้วยไม่
ไหว ผมฝากวางไปบนภูนี่แล้วกันนะครับ

ทุกคนเดินลงไปยังตีนภู เมื่อทุกคนเดินผ่านศาลปู่ ก็ต้อง
ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าไม้เท้าอันเมื่อกี้ที่ทิ้งไว้บนภู
ตอนนี้มันมาอยู่ที่ศาลนี้ได้ไง

ทุกคนมองหน้ากันอีกครั้ง
และจำไว้ตลอดเลยว่า เวลาที่มาเที่ยวแบบนี้
ไม่ควรลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาด
เพราะว่าท่านมีจริง

จบครับ ... ไทยเล่าจบแล้ว
เพื่อนๆขนลุกกันเป็นทิวแถว...
แล้วเรื่องของเพื่อนๆล่ะเป็นแบบไหน

เรื่องผียังดำเนินมาอย่างหลายรูปแบบ
บางแบบก็น่ากลัว บางแบบก็ฮา เมื่อทุกคนเล่าจบ
ก็ถึงเวลาเปิดใจกัน...

ไทยก็ได้พูดถึงเพื่อนๆว่า
" ไทยขอบคูรเพื่อนๆทุกคนที่มาร่วมค่ายในครั้งนี้ ตามคำชวน
ของไทย ทำให้ไทยได้รู้ว่า คำว่ามิตรภาพมันมีความหมาย
ขนาดไหน ไทยมีความสุขมากๆ และดีใจที่สุด
ขอบคุณเพื่อนๆมากนะครับ " ไทยน้ำตาคลอเบ้า

เพื่อนปรบมือให้ไทยอีกครั้ง
ไทยยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว
เพื่อนๆได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายวันนี้ให้ทุกคนได้ฟังกัน
เสียงฮา เสียงแซว ดังเป็นระยะๆ ก่อนที่คนสุดท้ายจะพูดจบ
ลง วันนี้ทุกคนอิ่มเอมกับรอบกองไฟในค่ำคืนนี้

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พิธีการบายศรีสู่ขวัญก็เริ่มขึ้น
พี่ชัยเป็นผู้อาวุโส ร่วมกับท่านหัวหน้าอุทยานที่ให้เกียรติมา
ร่วมด้วย เป็นคนมัดข้อมือให้พวกเรา พร้อมกับอวยพรให้
พวกเรามีแต่ความสุข แต่เรียนหนังสือเก่ง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
และลงท้ายด้วยว่า อย่าลืมดอยแตะเมฆนะ กลับมาหาพวก
เราอีกนะ ทำให้หลายคนน้ำตาไหลซึ้งกันไปตามๆกันครับ

กิจกรรมในค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยความประทับใจ
คนที่ง่วงแล้วก็เข้าที่พักเพื่อนอนหลับ
คนที่ยังไม่ง่วงก็ยังนั่งพูดคุยกันต่อ
ไทยคงหลับคนสุดท้าย เพราะว่าต้องเก็บทุกอย่างให้
เรียบร้อย เพราะว่าพรุ่งนี้พวกเราจะกลับกันแล้ว

....

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเรา
เก็บของรับประทานอาหารเช้าและลาพี่ชัยและหัวหน้า
อำลาดอยแตะเมฆ และเดินทางสู่ตัวเมืองเชียงใหม่กัน

เราไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ
ถ่ายรูปกันมากมาย
แวะเยี่ยมช่วงช่วง หลนฮุ้ยที่สวนวสัตว์เชียง
ช่วงช่วง หลินฮุ้ย น่ารักมากๆ วันนี้โชคดีที่เจ้าสองตัว
ไม่นอนหลับ ก็ถ่ายรูปกันยกใหญ่

พี่หมีภูมิ ทำท่าเลียนแบบช่วงช่วงได้ฮามากๆ
พี่หมีทำไปได้เนาะ

เราแวะไปซื้อของฝากทางบ้านที่ ตลาดวโรรส
ไทยคงไม่ซื้ออะไรมาก เพราะว่า ไทยาเชียงใหม่ค่อนข้าง
บ่อย ส่วนเพื่อนๆที่นานๆมาทีก็แบกของฝากกันใหญ่เลย

ใครหิ้วไม่ไหวบอกไทยนะครับ เดี๋ยวไทยช่วย

สุดท้ายของทริปเราจบที่ ถนนคนเดิน
ไทยชอบมาเดินถนนคนเดินทุกครั้งที่มาเชียงใหม่
มันมีความสุขที่ได้มาเห็นสินค้าและวิถีชีวิตของคนเมือง
ได้บรรยากาศดี มาถ่ายรูปที่นี่ ภาพสวยทุกรูป
เพื่อนได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกันถ้วนหน้า

เมื่อถึงเวลาเราเดินทางกลับโดยรถไฟ
ลาก่อนเชียงใหม่ แล้วเราจะมาอีกนะ............


จบบันทึกที่แสนยาวเหยียดของ ไทยครับ
ใครที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ขอบคุณมากคร้าบบบบบบ
... แล้วไทยจะตามไปอ่านของเพื่อนๆนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไปค่ายถึงจะเหนื่อย ลำบาก แต่สนุกดีนะคับ ชีวิตนึงที่อยู่มหาลัยควรไปค่ายกันนะคับ เป็นอีกรสชาตินึงนอกห้องเรียน ตลอดที่เรียนจนเกือบจบผมไปทุกปีเลย

#1 By Frankie8 on 2008-05-14 20:44

ขอบคุณไทยมากมายน่อที่ช่วยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา แล้วจัดอีกนะconfused smile
ประธานค่ายผู้เสียสละ

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

(อะ คืนให้ ๕๕๕๕๕๕)


แต่คำผิดเยอะอ้ะ sad smile


อยากเป็นเทวดาเหรอ
จัดไป...
๕๕๕๕

#3 By Kyril on 2008-05-16 01:43